เรื่องการสื่อสารภายในองค์กร หรือ internal communication นี่ หากได้นั่งเล่าแล้วเนี้ย move on ยาก มันมีความมหากาพย์อยู่เหมือนกัน ฉะนั้นวันนี้เดี๊ยนจะขยายเรื่องนี้อีก 1 ตอน (คือจริง ๆ ยังคิดเรื่องใหม่ไม่ออกว่างั้นแม่??) วันนี้เราจึงคัดมาแค่ 3 วิธีเด็ด ๆ โดน ๆ ที่เราอยากมอบมงให้ เพราะเราคิดว่า 3 วิธีที่ว่านี้มันไม่ได้ช่วยให้การสื่อสารภายในองค์กรของเราดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้บรรยากาศในการทำงานมันสนุก แฮปปี้ดี๊ด๊าปาจิงโก๊ะอีกด้วยค่ะ..เชื่อว่าทุกคนอยากรู้แล้วใช่ไหมว่า 3 วิธีที่ว่านั้นคืออะไร พร้อมแล้ว ไขคำตอบได้ในย่อหน้าต่อไปเลยค้า

ง่ายเว่อร์ Way 1

DJ เสียงใส ๆ

ไม่มีใครไม่ชอบเสียงเพลงนะเราว่า เพลงทำให้เราเพลิดเพลิน ปลุกชีวิตชีวา เพิ่มความสนุกสนาน แถมหากได้ฟังเพลงที่เพราะ ๆ หรือเพลงที่เราชอบ เชื่อว่าสารเอ็นโดรฟินซึ่งเปรียบเสมือนมอร์ฟีนธรรมชาติในร่างกายจะหลั่งเพิ่มขึ้นทำให้พวกเรารู้สึกเบิกบาน คลายเครียด และมีความสุขมากขึ้น แต่ก็โชคไม่ดีที่ว่า ไม่ใช่ทุกที่ทำงานที่เราสามารถฟังเพลงที่ชอบได้ทุกที่หรือตลอดเวลา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่สามารถรังสรรค์ความบันเทิงเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ให้เพื่อน ๆ พนักงานได้ แนะนำการจัดรายการวิทยุแบบสั้น ๆ
เช่นช่วงพักกลางวันหรือช่วงเบรกบ่าย ที่ทุกคนแบตเหลือน้อยและตาลอยกันหมดแล้ว เวลาผีบ้าแบบบ่ายสองแก่ ๆจวนจะบ่ายสามนี่คือเวลาทองของการทำสิ่งนี้เลย เชื่อไหม? ทุกคนจะตั้งตารอคอยการมาของสิ่งนื้ เอาเพื่อนพนักงานที่บ้าไมค์มาทำหน้าที่เป็นดีเจย์หนึ่งหน่อ (มีคนอยากทำอะไรแบบนี้เยอะมาก ขี้คร้านจะต้องเปิด audition) อะไรที่เราอยากสื่อสาร อยากบอก ก็ใส่ไปได้เลยช่วงนี้ แต่อย่าเยอะ (ไม่ใช่ปาฐกถาย่ะหล่อน!) เอาแบบกรุบกริบ เน้นเปิดเพลงที่ขอกันเข้ามา จะให้ใคร แผนกไหน ส่งกันมาได้โลด รับรองเริงร่า เหมือนได้ชาร์ตแบตเพิ่มพลัง เติมความฮึดกันต่อให้รอดไปถึงช่วงเย็น

ง่ายเว่อร์ Way 2


Roadshow โทรโข่ง


Roadshow ในความหมายนี้ หมายถึง การเดินไปตามแผนกต่าง ๆ เพื่อสื่อสาร โปรโมท หรือสร้างความเข้าใจให้กับเพื่อนพนักงานในโปรเจ็คท์ใหม่ ๆ หรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในองค์กรของเรา โดยมักใช้ช่วงเวลาหลังจากที่แต่ละแผนกจบการบรีฟประจำวัน (pre-shift briefing) ก่อนจะออกไปเริงร่าเป็นผีบ้าตามหน้าที่ของตน
ความน่ารักของวิธีนี้อยู่ตรงที่ เป็นการสื่อสารตรง ๆ เหมือนนักการเมืองเดินถือป้าย ไปหาเสียงตามหมู่บ้านต่าง ๆ เพื่อเป็นการทักทาย ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกับชาวบ้าน
มีเรื่องอะไรใหม่ อยากแจ้ง อยากบอกก็พูดได้เลยตอนนี้ หรือหากเพื่อนพนักงานคนไหนมีคำถาม ข้อสงสัย ก็สามารถเคลียร์ใจกันได้ตรงนั้นเลย ข้อดีของวิธีนี้คือ รวดเร็ว สั้น กระชับ เป็นการสื่อสารแบบ face to face เห็นหน้าเห็นตากันมันดีกว่าอยู่แล้วเนอะ (แม้บางท่านจะใส่แมกส์ก็ตาม) เพราะมันสัมผัสได้ถึงอารมณ์ ความรู้สึก ซึ่งวิธีแบบทางการอย่างอีเมล หรือแม้กระทั่งการใช้ social media ให้ไม่ได้ วิธีนี้เหมาะเวลามีโปรเจ็ท์ใหม่ launch ออกมาแล้วเราต้องการสร้างความตระหนักรู้ (create awareness) อย่างรวดเร็ว อารมณ์ไฟลนก้น ก็ไม่ปาน (คือไม่ทันแล้วแม่! ต้องเดินไปบอกตามแผนกแล้วแหละ) เช่น ใช้สื่อสารเรื่องการทำแบบสำรวจความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร (employee engagement survey) ที่จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า การตรวจสอบของแบรนด์ประจำปี (yearly brand audit visit) ที่จะมีขึ้นในเดือนหน้าเทือกนี้ หรือแม้กระทั่งทำเซอร์ไพรส์ไปแจกโดนัทให้กับบางทีมที่ achieve target อย่างเหนือความคาดหมาย เช่น แผนกสปาทำยอดทะลุเป้ากางเกงไปเลยสามตลบอาไรงี้ ก็น่ารักดีค่ะคุณ

ตามต่อกับอีกหนึ่งวิธี ที่เวรี่อีซี่ในการชุบชีวิตของ IC ให้ดีขึ้นในตอนหน้าค่ะ

“Effective communication is 20% what you know and 80% how you feel about what you know”

Jim Rohn

จิม รอน ปรมาจารย์ด้านการพัฒนาตนเอง และนักพูดสร้างแรงบันดาลใจระดับตำนาน ได้กล่าวไว้ว่า

“สำหรับผม ส่วนผสมของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ คือ 20% มันเกี่ยวกับเรื่องอะไร และ ที่เหลือ 80% นั้น คือ คุณรู้สึกอย่างไรกับเรื่อง ๆ นั้น”

Love you all as always

ก๊วย