
สวัสดีค่ะมิตรรักแฟนเพลงทั้งหลาย หลังจากหายไปนาน ทำตัวเป็นนินจา วันนี้โผล่กลับมาอีกครั้ง ถือว่าเป็นการเขียนบล๊อกที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ที่สุดในปฐพี นึกครึ้มใจก็เขียนค่ะ ไม่มีพันธะผูกมัดกับสื่อหรือสำนักพิมพ์ใด ๆ (จริงๆอยากมี แต่ไม่มีใครเชิญชวน) ชริ สะบัดบ๊อบ เขียนเอง ลงเอง (เดี๋ยวก็มีคนหลงเข้ามาดูเองนั่นแหละ! ขอบคุณทุกท่านที่หลงเข้ามานะเคอะ) เข้าเรื่องเนอะ
วันนี้คันปาก อยากขยายความเรื่องคอนเซปต์ของงานบริการหนึ่งอย่าง ที่น่าจะเกือบทุกองค์กรนำมาใช้เทรนพนักงานของตนกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน จริง ๆ เราว่ามันเป็นคอนเซปต์ที่ดีมาก แต่ไกด์ไลน์ที่แนะนำน้อง ๆ ส่วนใหญ่ในหลาย ๆ ที่ ค่อนข้างพาเราฝัน ให้จิตหลุดไปหยุดอยู่กับยุ้ยจีรนันท์ (มโนแจ่มไปหน่อย) วันนี้เลยอยากนำมาขยายความใหม่ เพื่อให้เข้าใจง่าย และดูสมจริง ไปค่ะ!!
คำว่า anticipate guests needs หมายถึง การคาดการณ์ ถึงความต้องการของลูกค้า โดยลูกค้าไม่ได้พูด หรือบอก แต่พวกเราเดาทางได้นั่นเอง
มันเป็นหมุดหมายสำคัญที่ธุรกิจบริการทุกที่อยากให้พนักงานของตัวเองเกิดพฤติกรรมดังกล่าว เพราะมันคือการแสดงออกว่า เราใส่ใจ ดูแลลูกค้าของเราเป็นอย่างดี ทั้งนี้เพื่อให้ลูกค้าประทับใจ อยากกลับมาใช้บริการอีก หรือกลายมาเป็น fandom ของเรานั่นเอง
เทคนิคของการ anticipate guest needs ส่วนใหญ่ ก็จะเทรนให้เราใช้สายตาให้เป็นประโยชน์ว่า เรามองเห็นอะไรในลูกค้า เค้าแต่งตัวอย่างไร ถืออะไรมาบ้าง ลักษณะภาษากายบ่งบอกอะไรบ้าง เช่น หอบถุงกอลฟ์มา อันนี้รู้ว่าต้องมาตีกอล์ฟนะ (ทดความคิดไว้ก่อน จำไว้ เดี๋ยวน่าจะได้ใช้) แขกถือถุงช้อปปิ้งเข้ามาพะรุงพะรัง อันนี้ anticipate ได้เลย ช่วยถือซิจ๊ะ จะรออะไร แขกเข้ามาในล๊อบบี้เหงื่อซ่กเชียว อันนี้ก็ไม่ต้องทดไว้เนอะ ถามว่าแขกต้องการนำ้ดื่มสักแก้วไหม อะไรก็ว่าไป
จริง ๆ แล้วมันคือการฝังชิปไว้ในสมองของเราเสมอว่า หากมีสิ่งใดที่เราทำให้แขกได้รับความสะดวกสบายขึ้นได้บ้าง เราจะทำ
เราคิดว่าจริง ๆ แล้ว การ anticipate guest needs เนี่ย ไม่ต้องรอให้เห็นตัวแขกนะ มันเกิดจากการที่เรา proactive คิดไว้ก่อน ทำการบ้านไว้ก่อนได้เลย เพราะเห็นแบบนี้ ฉากต่อไป ประมาณนี้ ไม่หนีกันแน่นอน มันคือ การมาเหนือของเรา และแสดงออกว่า เราคือตัวจริง ตัวจริง ที่ไม่ต้องแพงก็ได้นะ แต่เข้าใจจริง ๆ ว่าลูกค้าต้องการอะไร ชั้นชอบมากที่ทุกครั้งเวลาไปพัทยา แล้วหาเก้าอี้ผ้าใบนั่ง ทุกร้านจะเข้ามาดาหน้าเสนอเก้าอีผ้าใบลายสายรุ้ง วิวดี นั่งได้ทั้งวัน ไม่โดนแดด โน่นนี่นั่น ด้วยความกดดันต้องเลือกนั่งหนึ่งร้าน วางสัมภาระ ของเรา ของลูก สักพักเจ้าของร้านเดินมาหาลูกเรา แล้วถามว่า เอาที่ตักทรายเล่นไหมครับ แล้วยกมาเป็นกระบุง ลูกสาวชั้นตาวาวดั่งโพนี่ควบขึ้นสายรุ้ง ชั้นหันกลับไปยิ้ม ให้เจ้าของร้าน พร้อมคิดในใจว่า คุณคือ ตัวจริง!!!
เอาจริง ๆ เค้าไม่จำเป็นต้องมีที่เล่นทรายไว้คอยบริการก็ได้ เพระราคาเก้าอี้นั่งทั้งวันได้ แต่เค้าทำการบ้านมา เค้ารู้ว่า ลูก happy พ่อแม่ happy ลูกมีอะไรเล่น นั่งได้นาน พ่อแม่สั่งดริ๊งค์ กินเบียร์ จกส้มตำ เค้าขายอาหาร ขายเครื่องดื่มได้มากขึ้น ชั้นว่าเริ่ดนะ คุณมี service mindset combine กับ entrepreneur โอ้ปรบมือ โค้งคำนับแบบ ovation ให้ค่ะ
ยังมีอีก สองสามเรื่องที่อยากขยายต่อ เกี่ยวกับ anticipate guest needs เดี๋ยวเม้าท์ต่อ ตอนหน้าเมื่อมีเวลา ตะละลา ลิเกลาโรงก่อน เตรง เตร่ง เตร๊ง เตรง
(เด็กๆ ถาม ลิเกคือ ???)
Love you all as always
ก๊วย











