
Harry S. Truman อดีตประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวประโยคหนึ่งที่น่าสนใจไว้ว่า
“If you can’t convince them, confuse them”
หมายความว่า ถ้าไม่สามารถโน้มน้าวให้พวกเขาเชื่อเราได้ ก็จงทำให้พวกเขาสับสนซะ วะฮะฮ้า!
นั่นคือความทรงพลังของการสื่อสารค่ะ พูดง่าย ๆ ก็คือ หากคุณทำให้เขาเชื่อไม่ได้ (convinced) มันจะไปสุดซอยอีกทางเลย ซึ่งก็คือ confused นั่นเอง มันช่างเป็น quote ที่แสบสัน เสียดสี กวนอะดรีนาลีน แอนด์ส้นตรีนของพวกเรามาก ๆ ฉะนั้น วันนี้เราจะชวนคุยกันเรื่อง communication หรือการสื่อสารในที่ทำงาน ว่ามันมีความสำคัญอย่างไร และเราในฐานะ L&D จะมีส่วนผลักดัน หรือทำอะไรให้ดีขึ้นได้บ้าง มาค่ะ
ก่อนอื่นดิชั้นขอแนะนำคุณ ๆ ให้รู้จักนางเอกของเราอย่างเป็นทางการในวันนี้ค่ะ นางชื่อ ic ชื่อเต็ม ๆ ของนางคือ การสื่อสารภายในองค์กร (internal communication) นางมีหน้าที่เป็นกระบอกเสียงในการส่งต่อข้อมูลสำคัญ ๆ ของบริษัท ให้น้อง ๆ ในทีมได้ทราบถึงความเคลื่อนไหว การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ รวมถึงส่งต่อ คุณค่า วิสัยทัศน์ และ เป้าหมายขององค์กร เพื่อให้ทุกคนได้รับทราบ เข้าใจ เกิดความตระหนักรู้ (awareness) ตลอดจนสามารถปรับพฤติกรรมให้สอดคล้องกับความคาดหวังขององค์กรได้ (หน้าที่เยอะนะหล่อน ชริ)
หากที่ใด ic ไม่ strong พอ หรือเรียกได้ว่า มีการสื่อสารในองค์กรที่ง่อนแง่น ไม่เป็นระบบ ขาดความสม่ำเสมอ หรือไร้ซึ่ง purpose ก็บอกได้เลยว่า ความหายนะ จะถามหาพวกเราในหลายรูปแบบ คนหลายคนลาออกจากงานเพราะรู้สึกว่าไม่เคยได้รับ feedback อะไรใด ๆ จากใครทั้งสิ้น (ด่าหนูบ้างก็ได้ค่ะพี่ แต่อย่าเงียบเฉยแบบนี้ หนูกลัว) นี่ก็ communication breakdown แล้ว 1 คนหลายคนหมดไฟ เพราะนึกไม่ออกว่า ตัวเรามีคุณค่าในแง่ไหนกับองค์กร (เพลงมา ! อยู่นอกสายตาของเธอตั้งไกล) นี่ก็ communication breakdown แล้ว 2 คนหลายคนมองไม่เห็นว่าจะไปต่ออย่างไรกับบริษัท เพราะงานที่ทำ มันก็ซ้ำ ๆ เดิม ๆ (เจ็บแบบซ้ำ ๆ จบแบบช้ำ ๆ) นี่ก็ communication breakdown แล้ว 3
ดังนั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ปัญหาพื้นฐาน ในการสร้างความผูกพันกับพนักงาน หรือ employee engagement นั้น ส่วนใหญ่เกิดจาก การสื่อสารที่ขาดตก บกพร่อง หรือไม่มีประสิทธิภาพด้วยกันทั้งสิ้น ถึงเวลาแล้วที่พวกเราจะต้องเปลี่ยนบทบาทเป็น game changer ผู้สร้างมิติใหม่ โดยใช้ช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสม เพื่อเป็นสะพานเชื่อมระหว่างองค์กร กับพี่ ๆ น้อง ๆ ในทีมอีกครั้งหนึ่ง เรื่องนี้ยาวอยู่ (ยาวทุกเรื่องอะแม่) แต่บอกแล้ว good things take times ไม่ต้องใจร้อน พักหัวข้อนี้ไว้ใน reading list ก่อนดิชั้นก็ไม่ว่าอะไรคุณ หาชาอุ่น ๆ มาสักกา จิบชาไป อ่านไป ก็เพลินอยู่ ถ้าชาพร้อม ใจพร้อม มาค่ะ!
หากถามว่า แล้วงาน ic เนี่ย ใครต้องรับผิดชอบ จริง ๆ แล้วมันไม่ได้มีคำตอบเฉพาะว่าต้องเป็น HR ต้องเป็น L&D ต้องเป็น PR บางที่เล่นใหญ่ไฟกะพริบถึงกับมีแผนก ic เลยจ้า ก็ว่ากันไป แต่จากประสบการณ์ส่วนใหญ่ HR จะเป็นคนดูแล L&D เป็นคน support และ PR เป็นคนช่วยตบ (ให้ HR และ L&D อยู่ในร่องในรอยเด้อค่ะ เหอเหอ)
สำหรับคนที่คันอยากทำเรื่อง ic แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน เรามาลองตอบคำถามเหล่านี้ ไปพร้อม ๆ กัน น่าจะช่วยให้พวกเราจัดลำดับความสำคัญของมัน แล้วค่อย ๆ ไปต่อกันได้กับ project นี้ค่ะ
1. จะสื่อสารอะไร (what do we want to communicate to the team?)
คำถามแรกบางคนก็แป้กซะแล้ว บางทีก็รู้สึกเหมือนมีเรื่องอยากสื่อสาร อยากบอกต่อ อยากเล่ามากมายเต็มไปหมด จนจับประเด็นไม่ถูกเลยว่า จะเอาอะไรลงบ้าง คำถามนี้ตอบไม่ยาก นึกอะไรไม่ออก กลับไปหารากเหง้าของเราก่อน หลัก ๆ เลย เรื่อง culture ของบริษัท อันนี้ถือว่าเป็นหัวใจหลักของ ic เลยนะ พนักงานต้องรู้ว่า objectives ขององค์กรคืออะไร mission statement เอย core values เอย motto เอย พนักงานต้องรู้ เข้าใจ apply ได้ ซึ่งเรื่องพวกนี้ การทำ training อย่างเดียว เอาไม่อยู่ มันต้องสื่อสารบ่อยๆ หลายช่องทาง ให้ค่อย ๆ ฝังชิบเข้าไปในเนื้อในจนกลายเป็น DNA ใหม่ของพวกเขา
ตรงนี้แตะเบรกไว้ก่อน (แหม บางคนเครื่องเริ่มติดละซิ) ขอเวลาดิชั้นไปล้างขวดนมลูก หุงหาอาหาร และปรนนิบัติพัดวีสามี ตามหน้าที่ศรีภรรยาที่ดี แล้วมาว่ากันต่อในตอนหน้า วันนี้ สวัสดี ไปก่อน
Love you all as always
ก๊วย