มาต่อกันเลย กับดราม่าที่ 2 ที่คนทำเทรนนิ่งต้องเจอ

ดราม่าแล้ว 2 – ตามคนเข้าเรียนออนไลน์
ยุคสมัยเปลี่ยนไปการเทรนในห้องไม่เพียงพอและไม่ตอบโจทย์กับเทรนด์ของโลกที่เปลี่ยนอย่างรวดเร็ว online training จึงได้เข้ามาครอบครองพื้นที่ในการเทรนมาพักใหญ่ แต่เรื่องเศร้าอย่างหนึ่งที่คนทำเทรนนิ่งอย่างเรารู้ดีก็คือ เนื้อหา วิชา มันไม่ได้หวือหวา sexy จนกระตุ้นให้เราอยากเข้าไปเองเหมือน Netflix ซะที่ไหนละ? เอาเป็นว่า ถ้าไม่บอกว่าวันนี้ deadline หัวข้อนั้นนี้ ไม่มีอะ ที่คนจะเข้าไปเรียน บางวิชาเข้าไปจริง แต่พ่อเล่นคลิก next อย่างเดียวเลยค่ะ เรียน 2 นาที จบ! เริ่ด! บางวิชา เหลืออยู่แค่คนสองคนยังไม่ได้เรียน มา! จัดให้ เอา password มาซิ เดี๋ยวเทรนนิ่งจัดให้ด่วน ๆ เศร้าไหมคะคุณผู้ชม? บางหัวข้อ จำได้ทุกคำถามเลยว่าต้องตอบอะไร เพราะเรียน (นั่งคลิกจนมือหงิก) ให้เพื่อนเกือบ 20 คนแล้วเด้อ กรีดร้อง แกโดนจ้างมาเพื่อทำอะไรแบบนี้ใช่ไหม? ไม่นะ!!!

สติค่ะสติ
การตามคนมาเข้าเทรนได้ยากฉันใด การตามคนมาเข้าเทรน online ก็ตามได้ยากยิ่งฉันนั้น สาเหตุส่วนใหญ่คือ ไม่มีเวลา ขาดแรงจูงใจ มันไม่ค่อยสนุก (ออกจะน่าเบื่อในบางครั้ง) ไม่มีคอม เน็ตไม่ดี website ไม่ friendly ใช้งานโคตรยาก โหลดบางวิชามาเรียนเหมือนชั่วกัปชั่วกัลป์ ชั้นเรียนชาตินี้นะยะ ไปทำอย่างอื่นดีกว่าวุ้ย อะไรเหล่านี้ มันก็บั่นทอนผู้เรียนไม่น้อยเหมือนกัน ซึ่งบางสาเหตุมันก็เข้าใจได้จริง ๆ แต่เอาเถอะพวกเราเหล่าเทรนนิ่ง หมดเวลาดราม่าค่ะ เราไปต่อกันยังไงดีกว่า

แนะแนวทางเบื้องต้นในการ monitor online training
⁃ สำหรับเรา เราให้ความสำคัญกับ communication มาอันดับ 1 หัวข้ออะไร คนไหนต้องเรียน เมื่อไหร่ต้องจบ โปรยไปก่อนเลย จะขยับหรือไม่ ไม่รู้ บอกไปก่อน
⁃ แต่ก็ไม่ใช่ว่าส่งอีเมลแจ้งไปแล้วคือจบงานของเรา แล้วค่อยโผล่มาทวงอีกที 1 วันก่อน deadline มันก็ไม่ใช่ ดังนั้น การสื่อสารที่ต่อเนื่องเป็นระยะ อย่าง weekly update ก็ช่วยได้เยอะเลย ว่าแผนกไหน มี movement อย่างไร ทำไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์ เป็นการช่วยให้หัวหน้าแต่ละส่วน เห็น status ของแผนกตนและช่วยเรา drive ได้อีกทาง
⁃ ช่วงที่เราส่ง weekly update ก็อย่าสักแต่ส่งและรอผลบุญอย่างเดียว หากแผนกไหนยังไม่ขยับ หรือ records ไม่กระเตื้องเลย ให้ใช้วิธี direct sale เสริม กล่าวคือ โทรแจ้งหัวหน้า ว่าเราจะไปหาเป็นรายบุคคล นัดวันเวลาที่แน่ชัด (พวกแกต้องไปจริง ๆ นะ!) วิธีนี้ใช้เวลาหน่อย แต่เราจะรู้ปัญหาที่แท้จริงว่าทำไมพวกเค้าถึงยังทำไม่เสร็จสักที บางคนพอเราไปหา ถึงบางอ้อเลย เช่น กดปุ่มผิด จอมันก็ไม่ไปหน้าสุดท้ายซักที หรือเรียนจบแล้วแต่ไม่เข้าไปทำ test ระบบมันก็ยังอ่านว่ายังเรียนไม่จบ สารพัดสารเพปัญหาที่เราจะเจอ แต่ไปเหอะ รับรองว่า part นี้ได้ใจพนักงานไปเต็ม ๆ นึกภาพป้า ๆ ที่ยังจับ mouse ไม่ค่อยเป็น (ค่ะ ยังมีคนแบบนี้หลงเหลืออยู่ในโลกค่ะคุณ) แล้วมองเราด้วยสายตาอยากขอบคุณออกไหม ความซาบซึ้ง ความใสซื่อของพวกแก ที่ทำให้เราโกรธไม่ลงว่าทำไมเรียนไม่จบสักที อะไรแบบนี้ทำให้หัวใจพองฟูนะ ลองดูซิ!
⁃ วิธี reward / recognize ก็ยังเป็นวิธีที่ใช้ได้ผล เรียนจบแล้ว ได้ขนม ได้ปากกา ได้มาม่า (อย่าด้อยค่า เดี๋ยวนี้มาม่าแพงนะเออ เธอเอ๋ย) ไปคิดกันดู
⁃ บางทีการแบ่งพื้นที่เอาไว้ใช้เรียน online และจัดสรรอุปกรณ์พื้นฐานอย่างคอมพิวเตอร์ ไอแพด ไว้ให้เพื่อนพนักงาน เข้ามาเรียนก็เป็นอะไรที่ basic แต่จริง ๆ เราว่าดีมากเลย อย่าคิดว่ายุคสมัยนี้ใคร ๆ ก็เข้าถึงอุปกรณ์พื้นฐานแบบนี้กันหมดแล้ว ผิดมากค่ะ บางคนเรียนไม่จบเพราะเน็ตไม่ได้เติมก็มีถมถืด ดังนั้นเรื่องเล็กน้อยแบบนี้ไม่ควรมองข้าม ยิ่งทำห้องเรียน online ให้น่ารัก กรุบกริบ เหมือนมาคาเฟ่ มีกาแฟ มีคุกกี้ มีเพลงบอสซาโนวาเปิดคลอเบา ๆ ขี้คร้านหัวกระไดไม่แห้งเลยค่ะคู้น

และแล้ว เรื่องคนไม่เรียนออนไลน์นี้จะไม่เป็นประเด็นหรือ ดราม่าสำหรับเราอีกต่อไป หากเราเข้าใจว่าปัญหาที่เข้ามา เปิดโอกาสให้เราได้คิด ต่อกร สู้รบ ปรบมือ จัดการ เรียนรู้ เติบโต คล้ายคำพระที่ว่า ดราม่า (ปัญหา) มา ปัญญามีเน้อ

Love you all as always

ก๊วย