
เพิ่งได้รับโทรศัพท์จากรุ่นน้องในวงการเทรนนิ่ง ที่เพิ่งไปเริ่มงานที่ใหม่ได้ไม่นาน นางบ่นกะปอดกะแปดแกมหนักใจว่า ไม่รู้จะไหวไหมพี่ก๊วย เพราะที่ใหม่มีปัญหาที่ต้องสางเยอะมาก เราในฐานะรุ่นพี่ที่อยู่ในวงการมานานมากจนไม่อยากจะนับปี ได้ฟังสิ่งที่นางบ่นก็รู้สึกว่า ไม่ได้ต่างจากตอนที่เราเริ่มทำงานในสายนี้เท่าไหร่เลย ปัญหาที่คนทำงานเทรนนิ่งเจอ ก็วน ๆ คล้าย ๆ เดิม ต่างก็แค่ตัวละคร และสถานที แต่เนื้อหาและความดราม่า ยังเหมือนเดิมเป๊ะ ๆ วันนี้เลยเกิดไอเดีย จะมาเล่าให้น้อง ๆ ฟังว่า ปัญหาคลาสสิคที่เทรนนิ่งต้องเจอ และวิธีคิดให้หลุดพ้นจากความดราม่าบ้าบอคืออะไร ทั้งนี้ก็เพื่อให้พวกเราสามารถประคองตนและคงสติไว้ ไม่ไห้ลมปราณแตกซ่านจนเลือดออกทวารทั้ง 7 ไปเสียก่อน ว่าแล้วก็ขอให้พวกเราผ่อนลมหายใจเข้าออกยาว ๆ แล้วกวาดสายตาเชิญทัศนาไปพร้อมเพรียงกัน
ดราม่าแล้ว 1
วันนี้วันจันทร์แรกของเดือน มีวิชา orientation หรือ ปฐมนิเทศพนักงานใหม่ กิ๊บพุ่งหัวไปออฟฟิศด้วยหน้าที่สด กว่าปลาแต่เช้าตรู่ เพื่อจัดห้องเทรน เตรียมเอกสารที่ต้องใช้สอน ตามขนมช่วงคอฟฟีเบรก บลา บลา บลา คลาสเริ่มเวลา 9 โมงเช้า ตอนนี้อีก 5 นาที 9 โมง พนักงานโผล่หัวเข้ามาแบบงง ๆ 2 คน คำถามที่เกิดในใจ (ระหว่างแต่งหน้ารอนักเรียนไปด้วยคือ) แล้วอีก 12 คนหายไปไหนวะ? อีเมลก็แจ้งล่วงหน้าไปแล้ว แถมโทรเตือนแต่ละแผนกว่าอย่าลืมเข้า orientation วันจันทร์นะตะเอง ไลน์ไปเตือนด้วยอี๊ก แล้วไฉนถึงเป็นอย่างนี้ ใครช่วยตอบที แง (น่งหน้าไม่ต่งไม่แต่งมันแล้ว!!)
สติค่ะสติ :
แหม อันนี้นี่ปัญหาคลาสสิคของคนทำเทรนนิ่งเลย คือจัดเตรียมการสอนไว้ซะดิบดี แต่พอถึงวันเทรน เห็นจำนวนพนักงานที่เข้ามาเรียนแล้วใจห่อเหี่ยวมาก นับนิ้วมือวนไปมาสิบรอบ คนเรียนไม่เพิ่มขึ้นเลย ยิ่งวิชาไหน มีนาย ๆ ต้องเข้ามาพูดคุยนี่ หมอรับเย็บหน้าเทรนนิ่งแทบไม่ทัน ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เกณฑ์นักศึกษาฝึกงานเข้ามานั่งให้ห้องดูเต็ม ๆ ก็มี นายจับโป๊ะได้อี๊ก คุยไปคุยมา อ้าวพวกยูเป็นเทรนนีเหรอ? นายหันมามองหน้าเทรนนิ่ง คิดในใจ ธรณีสูบข้าไปทีเถิด
ปัญญามาค่ะ :
ก็บอกแล้วว่าปกติมาก ดราม่าไม่มีคนเข้าเรียน อย่าคิดมากเกิน เอาไงต่อดีกว่า ส่วนใหญ่ปัญหาพวกนี้ คือ ไม่มีคนทำงาน คือส่งมาเทรนก็ได้ แต่ขาดคนทำงาน หัวหน้าก็กลัวหัวขาด ก็ต้องเลือกงานก่อนเนอะ เทรนนิ่งก็เลยเจอคนเรียนน้อยโหรงเหรงแบบนี้ บางทีคอนเฟิร์มไว้ดิบดีว่าจะเข้า แต่มันยุ่งกะทันหันก็มี เลยไม่ได้มาปรากฏตัว บางทีตัวมานั่งเรียนแล้วแต่ลูกค้าดันมาช่วงนั้น โดนโทรมาตามให้มาช่วยหน้าบ้านก่อนเร็ว ๆ เลย คนเรียนก็วิ่งหน้าตั้งออกไปจากห้องแบบไวเว่อร์ (คือจริง ๆ ง่วงมาก รอโอกาสนี้มานานแล้ว บั๊ย! ไม่เคยรักแขกแบบนี้มาก่อนเลยเรา)
แนะแนวทางแก้ดราม่าคนไม่เข้าเทรน
⁃ เขียน training policy เรื่อง training attendance อย่างเป็นเรื่องเป็นราว
⁃ ในนั้น ควรระบุใจความสำคัญถึงจำนวนชั่วโมงที่ต้องเข้าเทรนต่อปี วิชาอะไรบ้างที่แต่ละคนต้องเข้า ถ้าบางที่มี policy ไว้อย่างดิบดีแล้วก็สบาย แต่อย่าลอกมาทั้งดุ้น เค้าไม่อ่าน มันยาว เวิ่นเว้อ เอาเฉพาะใจความสำคัญ มาใส่ เน้นย้ำ ทำให้มันเป็น wording ที่ดูเย้ายวน sexy น่าสนใจ จือปากหน่อย ๆ โอเค๊?
⁃ สื่อสารให้หัวหน้าทุกภาคส่วนเข้าใจตรงกัน
⁃ ก่อนเริ่มเทรน ถ่ายรูป ส่งเข้าไลน์กรุ๊ปหัวหน้าแผนก update คร่าว ๆ ว่า วันนี้มี orientation (สมมุติว่า) กำลังจะเริ่ม expect 12 คน ปรากฎกายแล้ว 2 จากแผนกแม่บ้าน แล้วแคปเจอร์รายชื่อผู้เข้าเรียนทั้งหมดว่าคือใคร ส่งไปในนั้น (อันนี้ดีนะ ซาดิสม์นิดหน่อย ตีแสกหน้ากันไป แต่มัน real time ดี ฟีดแบค immediate ใช้ได้ทีเดียว)
⁃ คราวนี้ถ้าเราต้องเทรน จะกี่คนก็เทรนไปนะ the show must go on ลูก คนเรียนน้อยก็ขยับให้สั้นหน่อย รู้จักปรับ แก้ไขสถานการณ์กันไป จำไว้ว่า ทุกคนที่เข้ามาเทรนกับเรา คือผู้มีพระคุณให้เราได้ฝึกปรือวิชา จะมาน้อย มามากอย่าด้อยค่า ไม่อยากเทรน
⁃ พอเทรนจบ ส่งเป็นอีเมลให้ทุกภาคส่วนรับทราบอีกครั้ง สรุปสั้น ๆ ว่า เทรนวิชาอะไรไป จำนวนคนที่เข้าเรียนเท่าไหร่ แบ่งเป็น percentage แต่ละแผนก ทำเป็นกราฟแท่ง ก็ดูง่ายดี สรุปคอมเม้นท์จากคนเรียน ที่น่าสนใจสัก 3 – 4 bullet points และใส่ key message ที่เราอยากเน้นย้ำ ตบท้ายไปนิดนึง เช่น วิชานี้เป็น compulsory topic ทุกคนต้องเข้า จะมีสอนอีกแค่ 2 ครั้ง คืออังคาร กับพุธหน้า แถมรายชื่อคนที่ยังไม่ได้เรียนตบท้ายกรุบ ๆ
⁃ บางวิชาเราแพลนไว้ว่า ต้องเทรนวันนั้นวันนี้ แต่พอเก็บไปสักพักอาจต้องปรับเปลี่ยนแผน เพราะเวลามันไม่ได้ เช่นบางคนทำงานรอบดึก บางคนลายาว ป่วยนาน ลาคลอด เทือกนี้ ก็อาจต้องเพิ่มคลาส หรือ ปรับเวลามาเทรน อาทิ คลาส very early bird เริ่ม 7 โมงเช้า (กลัวใจเทรนเนอร์ตื่นสายมาก) หรือเทรนรอบเที่ยงในแคนทีนไปเลยก็มี เป็น training lunch เก๋ไปอี๊ก) อันนี้ไม่เอาเป็นกระแสหลักนะน้อง ๆ หนู ๆ ทำเป็นกรณีไป
⁃ บางทีการให้ reward หรือ recognize คนที่มาเทรนสม่ำเสมอก็ช่วยได้ ถือเป็นการให้ค่าการกระทำที่ดี ที่เราอยากให้เป็นแบบอย่าง เพราะเราต้องยอมใจคนพวกนี้นะ เพราะพวกเขามีงานหลัก และเอกสารกองมหึมารออยู่ที่โต๊ะทำงาน การที่คนเหล่านี้เห็นความสำคัญของเทรนนิ่ง และแบ่งเวลามาเทรนได้อย่างสม่ำเสมอ ถือเป็นการกระทำที่น่ายกย่อง และต้องขอกราบใจพวกท่านงาม ๆ มาไว้ ณ จุดนี้
นี่คือแนวทางเบื้องต้นที่อยากให้พวกเราลองนำไปปรับใช้ดูค่ะ ไม่อยากจะพูดคำที่เค้าใช้จนเกร่อว่า ไม่มีแนวทางใดเป็นสูตรเฉพาะตายตัวสำหรับการแก้เรื่องคนไม่เข้าเทรน แต่ละที่ มี nature ของปัญหาแตกต่างกันออกไป แต่สิ่งหนึ่งที่แม่แค่อยากจะบอกคือ อย่าท้อ เมื่อเจอดราม่าแบบนี้ เราอาจจะไม่เจอวิธีแก้ที่ตอบโจทย์ตั้งแต่แรก แต่เชื่อเถอะ the more we do, the better we do…แล้วมันขยายความคิดเรื่องนี้ ไปใช้กับวิธีคิด วิธีการทำงานเรื่องอื่น ๆ ของเราได้อีกมากมายมหาศาลเลยทีเดียว หากปลดล็อกเรื่องนี้ได้
ขอให้ทุกคนมีความสุข สนุกกับการทำเทรนในทุก ๆ วันค่ะ
Love you all as always
ก๊วย