
โพสต์นี้ยังว่ากันต่อเรื่องการทำเทรน company culture ใครพร้อมแล้ว หยิบไฟฉายตรากบเขียดอึ่งอ่างคางคก ขี้นมาส่องกันต่อได้เลยจ้า
หลังจากตอนที่แล้วเราจบตรงที่ ขั้นตอนการทำเทรนเรื่อง company culture ให้กับทั้งองค์กร จริง ๆ ขั้นตอนนี้เราทำได้ 2 แนว คือ training team เทรนเองเลยทั้งบริษัทเอา HR มาช่วยเทรนด้วยก็ได้ อันนี้จะได้ความไว และเก็บจำนวนครั้งที่เทรน (training sessions) ได้เยอะ แต่จริง ๆ มีวิธีที่ดีกว่า สนุกกว่า ได้ไอเดียหลากหลาย และได้ร่วมมือกับหลายภาคส่วน ให้ใช้ step นี้แทน
4. Certify Trainers
ให้แต่ละแผนกส่งตัวแทนคนที่คิดว่าน่าจะสอน และ inspire เรื่องนี้ได้ มาแผนกละ 1-2 คน แล้วเข้ามาฝึกปรือการทำเทรนหัวข้อนี้กับเรา เทรนจบมอบประกาศนียบัตร recognize พวกเขา กำหนดบทบาทของ certified trainers ให้ครอบคลุมและชัดเจน ขอ commitment ในการทำงานเรื่องนี้อย่างจริงจัง จุดนี้สำคัญ เพราะกลุ่มคนเหล่านี้มีงานหลักของพวกเขาอยู่แล้ว การขอให้พวกเขามาช่วยเทรน เท่ากับเป็นการเพิ่มงานให้พันธมิตรเทรนเนอร์เหล่านี้ แต่อะไร ๆ ก็เป็นไปได้นะ ถ้า plan กันดี ๆ และ communicate กันแต่เนิ่น ๆ วิธีนี้ค่อนข้างใช้เวลา และมีดราม่ามาให้ตามแก้กันเรื่อย ๆ แต่รับรองสนุกกว่า มันส์กว่า ฮากว่า และเป็นการสร้าง sense of ownership เรื่องนี้ให้เกิดขึ้นกับทุกภาคส่วน
5. Say it in daily routine
หลังจากพนักงานได้เข้าเทรนเรื่องนี้แล้ว ให้ใส่สิ่งเหล่านี้ในชีวิตประจำวันของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นภาพดี ๆ กับ wording เด่น ๆ ที่อยากให้พนักงานจดจำ ใส่ค่านิยมหลักให้เข้าไปเป็น dialogue ของการบรี๊ฟทีมในแต่ละวัน ว่าแต่ละคำหมายถึงอะไร แล้วเราแสดงออกได้อย่างไร ในบทบาทและหน้าที่ของตน
6. Recognize and Awarding
การกระทำอะไรที่เราต้องการให้พนักงานมองเห็นเป็นแบบอย่าง กรุณาส่งเสริม และมอบรางวัลเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ เราอาจเอาค่านิยมหลัก ๆ ขององค์กร มาผูกเป็นธีมที่จะ recognize และมอบรางวัล เช่น เดือนนี้เป็นธีม innovative เดือนหน้าเป็น teamspirit อะไรก็ว่าไป เอาค่านิยมหลักมาเป็นเกณฑ์ ในการพิจารณาพนักงานดีเด่นในแต่ละเดือน เอามาใช้เป็นเกณฑ์การรับพนักงาน (recruitment criteria) เกณฑ์การวัดผลการทำงาน (performance appraisal criteria)ได้หมด ทั้งหมดทั้งมวลล้วนเป็นเรื่องเดียวกัน
7. It’s Time for Test
แล้วช่วงเวลาแห่งความสนุกอีกขั้นตอนก็มาถึง นั่นก็คือ การทำ test จุดประสงค์การทำ test ก็คือทดสอบความรู้ ความเข้าใจ เบื้องต้น และยังมองเห็นภาพรวมทั้งองค์กรได้ด้วยว่า น้อง ๆ ยังไม่แม่นเรื่องไหน เราสามารถเอาภาพรวมของ score ไป fix บางเรื่องได้เลย เช่น score เรื่อง vision ขององค์กรดิ่งมาก ตอบกันแทบไม่ได้ ไปกันคนละเรื่อง ก็ต้องมาบรี๊ฟ หรือ retrain บางหัวข้อกันใหม่ เป็นต้น season สอบนี่สนุกมาก มันมีความรักษาหน้ากันอยู่มาก ไม่มีหัวหน้าคนไหนอยากให้ score ของทีมไม่ดี เข้าทำนอง เสียเท่าไหร่ไม่ว่า แต่ห้ามเสียหน้าว่างั้นลูกพี่ พวกหัวหน้าก็จะขยันบรี๊ฟลูกทีม และไล่น้อง ๆ ให้มาสอบจนครบทุกคน เรื่องการทำ test เนี่ยถ้าใส่ mindset ดี ๆ สนุกมาก มันมี sense of competition เบา ๆ กรุบ ๆ ให้รู้สึกสนุก และมีสีสัน
สอบมันก็ดีอยู่นะคุณพี่ แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าพวกเขาสามารถเอาไป apply ในสถานการณ์การทำงานได้จริง รู้นะ ว่าตะหงิดกันอยู่ในใจใช่ไหม เรื่องนี้มีความมหากาพย์อยู่ ตามนะ กับตอนจบ ของไตรภาค company culture training
เลิฟยู้ออลแอสออลเวย์
ก๊วย