
วัฒนธรรมองค์กรเข้มแข็งเพราะความแข็งแกร่งของเทรนนิ่งเรนเจอร์
พวกเราเคยเดินเข้าไปในถำ้กันไหมคะ? ความรู้สึกเวลาเราเดินเข้าไปในนั้น มันคงเป็นความรู้สึกหลายอย่างปะปนกัน ทั้งตื่นเต้น กลัว เพราะไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเจออะไร และยิ่งเดินเข้าไปเรื่อย ๆ มันก็ยิ่งมืดขึ้นและเริ่มมองอะไรไม่เห็น ทันใดนั้น อีเพื่อนก็เอาไฟฉายขึ้นมาเปิด เท่านั้นแหละ กรูโล่งขึ้นเยอะ เริ่มมองเห็นว่าอะไรเป็นอะไร ที่เหยียบอยู่ไม่ใช่งูเนอะ อาไรงี้
จริง ๆ แล้วการทำงานเรื่อง company culture เนี่ย คล้าย ๆ กับเรื่องราวข้างบนเลยค่ะ คือพนักงานเนี่ย เมื่อมาเริ่มงานกับพวกเราก็ค่อนข้างมืดบอด ไม่รู้ว่าต้องทำตัวอย่างไร แสดงออกแบบไหน ถึงจะเหมาะเจาะลงตัว แต่ถ้ามีคนส่องไฟฉายให้เดินก็พอจะเดาได้ ว่าต้องเดินตรงนี้ เลี้ยวตรงนั้น ลอดตรงนี้ แต่ถ้าเดินดุ่ม ๆ กันไป ก็ไม่รู้เลยว่าจะตกหลุม ตกโคลนตรงไหน เรื่องราวพวกนี้เทรนนิ่งมีส่วนสำคัญอย่างมาก ที่จะบอกเล่าให้พวกเขาได้เข้าใจ ซึมซับและปรับการแสดงออกให้สอดคล้องกับความต้องการขององค์กร ฉะนั้น วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องบทบาทของเทรนนิ่งกับการสร้างวัฒนธรรมองค์กร ถ้าทุกคนพร้อมแล้วไปหยิบไฟฉายมาโลด!
ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า คำว่า วัฒนธรรมองค์กร หมายถึงอะไร คำว่า วัฒนธรรมองค์กร หรือ company culture หมายถึง สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในองค์กร เพื่อนำไปสู่ความเจริญงอกงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย ความกลมเกลียวและความยั่งยืนในองค์กร
(ที่มา hrnote.Asia)
แล้วทำไมเราต้องมีอีสิ่งนี้ด้วย ก็บอกได้เลยว่า บริษัทที่โดดเด่นและแตกต่างเนี่ย เพราะสร้างและ maintain วัฒนธรรมองค์กรเอาไว้ดี เรียกได้ว่า มันเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ มองไม่เห็น แต่โคตรสร้างความแตกต่างของแต่ละที่เลยทีเดียว นิตยสาร Forbes ที่เป็นนิตยสารเกี่ยวกับ business ระดับโลกเคยกล่าวไว้ว่า “ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นใน business ล้วนเกิดจากวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่แข็งแรง หรือดีพอ ซี่งความไม่แข็งแรงของ culture ในองค์กรนี้เอง ทำให้คนส่วนใหญ่ในที่ทำงานไม่มีความรักหรือผูกพันกับองค์กรที่ตัวเองทำงาน กล่าวกันว่า หากมีพนักงาน 10 คน มีแค่ 3 ที่ engage ที่เหลือ รอวันเงินเดือนออก รอโอกาสที่ดีกว่า รอวันที่จะไม่อยู่ตรงนี้ทั้งนั้น (ข้อมูลจาก Harvard Business Review) เฮ้อ เรื่องมันเศร้านะน้อง ๆ แต่นั่นแหละ วิกฤติแบบนี้เค้าก็รอฮีโร่อย่างเรา ๆ มาช่วยกอบกู้ทั้งนั้น ขอแค่ฮีโร่ต้องอดทน และเริ่มอย่างถูกวิธี
ว่ากันด้วยเรื่อง company culture step by step
1. Define company culture and values
ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่า company culture ของเราคืออะไร บางบริษัท มีทั้ง vision values mission statement เอามากาง และทำความเข้าใจให้หมด ไม่แน่ใจ ถามจากผู้รู้ อย่าตีความเอง wordings พวกนี้สำคัญ จะมาตัดต่อแบบที่ทำกันบ่อย ๆ เวลารีบเทรน ม่ายด้ายยยยย
2. Make it short and easy to remember
หากบริษัทมีทุกอย่างไว้ให้แล้ว ก็โชคดีไป แค่มานั่งอ่าน ทำความเข้าใจ (บางทีมีคู่มือการสอนมาให้อี๊ก ถือว่าดีมาก ประหยัดเวลาไปได้เยอะ) แต่หากที่ไหน มีแต่คำมาให้โดด ๆ ก็ไม่ต้องเสียใจอะไร เค้าจ้างแกมาเพื่อทำสิ่งนี้แหละ เหอ เหอ จงอดทน ทำความเข้าใจ ถามคนที่น่าจะรู้ และให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับเราได้ ห้ามตีความเองเด็ดขาด (เตือนแล้วนะ) พอเข้าใจแล้ว ยกตัวอย่างแต่ละประเด็นให้เข้าใจง่าย ๆ หน่อย เพราะอีพวกคิดคำ มันจะเอาคำสวย ๆ ประโยคหรู ๆ ถามก๊อนนนน ใครเอาไปใช้ ? พนักงานทั่ว ๆ ไปทั้งนั้น เค้าไม่เข้าใจ ถ้าเราบอกแต่คำเก๋ ๆ โดยไม่อธิบายความหมาย หรือยกตัวอย่างประกอบให้ชัดเจน เช่น องค์กรเรามี value หลักคือ innovative แปลเป็นไทยว่า นวัตกรรมนะคะ คำต่อไปเลยค่ะ (ที่รีบผ่านคือ ชั้นก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันคืออะไร กลัวคนถาม)
3. Train your team
เรื่องพวกนี้ควรกำหนดเป็นหัวข้อหลักในการปฐมนิเทศพนักงานใหม่เลย คนกลุ่มนี้มืดบอดมาก ต้องรีบฉายไฟโดยเร่งด่วน และหากจะให้ดี ควรจัดหัวข้อนี้เป็นหัวข้อ refresh ให้กับพนักงานที่อยู่มานาน ๆ ได้วนเข้ามาอบรมกันใหม่ ถือเป็นการทบทวนและเข้ามาปัดฝุ่นกันเรื่อย ๆ อย่าปล่อยให้พวกเค้าหยากไย่จับเด็ดขาด! เทรนแล้วนี่ โอเค จบงานไหม? ไม่ใช่พวกเราแน่นอน it’s just the beginning เด้อ เทรนจบแล้ว ทำไงต่อดี เดี๋ยวมาว่ากันต่อ กับการทำเทรนเรื่อง company culture ในโพสต์หน้า โพสต์นี้ลาไปล้างขวดนมลูกต่อ
Love
ก๊วย