รวมวิธีปราบซ่าเทรนนีให้อยู่หมัด

หน้าที่หลักอย่างหนึ่งที่เราจะปฏิเสธไม่ได้ในฐานะคนทำงานแผนกเทรนนิ่ง ก็คือ การดูแลน้อง ๆ นักศึกษาฝึกงานให้ได้รับความรู้ และประสบการณ์ตรงจากการฝึกงานกับองค์กรของเรา สิ่งหนึ่งที่มักจะมาคู่กันก็คือ ปัญหาในการดูแลน้อง ๆ ที่บางทีก็ขำ ๆ แต่ถ้ามาเยอะ มาถี่ มันก็ขำไม่ออกเหมือนกัน วันนี้เรามี 3 เทคนิคคลาสสิคในการปราบเทรนนีให้อยู่หมัด ที่รับรองว่าไม่ว่าเทรนนีจะมากี่ร้อยเล่มเกวียน เทรนนิ่งอย่างเราก็เอาอยู่ มาดูกันค่ะ
เคล็ดวิชาที่ 1 – มือปราบสายอาชีพ
คลาสสิคเคสแรก ที่เราอยากนำเสนอเทรนนิ่งผู้กล้าในการปราบเหล่าเทรนนีอวิชา นั่นก็คือ วิชาปราบเทรนนีมาสาย วิชานี้หากท่านได้มีติดตัวไว้ รับรองได้ใช้หากินแน่นอน เพราะมีบ่อยเว่อร์ ฉะนั้น หากได้เจอ ก็อย่าเพิ่งขึ้น เพระต้องขี้นอีกเยอะจ้า (เหอ เหอ) ก็เข้าใจนะ น้องๆ เทรนนีบางทียังปรับเวลาตื่นไม่ได้ เรียนที่โรงเรียนบางช่วงทำรายงานดึก บางวันมีเรียนบ่าย ก็นอนตื่นสายกันได้บ้าง บางคนเริ่มฝึกงานแผนกครัวเบเกอรี่ ต้องเข้างานตั้งแต่ตี 5 เพื่อช่วยพี่ ๆ อบครัวซองเอย มัฟฟินเอย มันก็ไม่ทันตั้งตัวเหมือนกันเด้อ แต่ถ้าพี่ ๆ เห็นแล้วว่า อืม นี่ไม่ใช่สายเป็นงานอดิเรก แต่หากเป็นอาชีพหลักของน้องเค้า เหล่าเทรนนิ่งอย่างเรา
ก็จง :
⁃ ดู attendance records ของน้อง ๆ เป็นประจำสม่ำเสมอ หากพบสายอาชีพ (หมายถึง สายเป็นประจำอะนะ) ควรจัดการโดย
⁃ เตรียม records ต่าง ๆ ที่จะใช้คุยกับน้อง ไม่ว่าจะเป็นใบลงเวลา สมุดบันทึกการเทรน หรือข้อมูลการสแกนนิ้วมือ
⁃ โทรแจ้งหัวหน้างานของน้อง เพื่อนัดแนะเวลาพูดคุยกับน้องอย่างเป็นเรื่องราว และแจ้งหัวหน้าคร่าว ๆ ว่า เราขออนุญาตคุยกับน้องเกี่ยวกับการปรับปรุง attendance records ของเขา (ไม่ควรปล่อยให้เลยเถิด จนหัวหน้าของน้องมาหาเราเอง อันนั้นคือแบบ สุด ๆ ของพวกเขาแล้ว)
⁃ พูดคุยกับน้องและอธิบายให้เข้าใจถึงความคาดหวังขององค์กร records มาสายกี่ครั้ง ถึงจะมีผลในการออกใบเตือนอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะต้องส่งให้โรงเรียนรับทราบด้วย
⁃ เป็นผู้ถาม และผู้ฟังที่ดี เพราะการมาสายถี่ ๆ น้องอาจมีเหตุผลและความจำเป็นบางอย่าง แต่อันนี้สุดแท้แล้วแต่ เค้าจะเล่าแค่ไหน ก็ฟังด้วยใจเป็นกลาง ไม่ต้องคาดคั้น หรือเค้นอะไร
⁃ บันทึก records พร้อมลงลายเซ็นทุกครั้ง เมื่อเรียกน้องมาคุย นัดการคุย follow up อีก 2 สัปดาห์ และคาดหวังการเปลี่ยนแปลงในแง่ดีที่จะเกิดขึ้น เค้าเป็นกำลังใจให้นะตะเอง (จริง ๆ อยากส่งอีน้องนี่กลับวันละ 100 รอบ!)
⁃ แจ้งหัวหน้าของน้องให้รับทราบ และแจ้งถึง timeline ในการคุยกันรอบต่อไป
เคล็ดวิชาที่ 2 – มือปราบสายแฟ
เคล็ดวิชาปราบเทรนนีอีกเคล็ดที่เราแนะนำให้พวกท่านมีพกติดตัวไว้ก็คือ มือปราบสายแฟชั่น ชั่น ชั่น น้อง ๆ ฝึกงานส่วนใหญ่ก็จะเป็นวัยรุ่นกัน ฉะนั้นแฟชั่นกับวัยรุ่นเป็นของคู่กัน แต่เมื่อเข้ามาฝึกงานในองค์กรของเรากฎระเบียบพื้นฐานอย่างเช่น การแต่งกาย ก็ต้องนำมาใช้กับน้อง ๆ ด้วย อันด้วยการเริ่มต้นทุกอย่างต้องใช้เวลา ประกอบกับฮอร์โมนวัยว้าวุ่นของน้อง ๆ หนู ๆ ในช่วงแรกของการฝึกงาน พวกเราเหล่าเทรนนิ่งก็อาจจะเจออะไรที่มันปลิ้นออกจาก grooming standard บ้าง อาทิเช่น ย้อมผมสีม่วงมาทำงาน เจาะจมูก เจาะลิ้น ระเบิดหู (เด็ก ๆ สมัยนี้รู้จักไหมเนี่ย ไปเสิร์จรูปดูเอานะหนู ๆ) เอาละ แต่ไม่ยากเกินมือพวกเราหรอก หากเจอ
ก็จง :
⁃ เก็บรายละเอียดของสิ่งที่มันหลุดออกจาก standard เช่น หน้าไม่แต่ง แป้งไม่มี หวีไม่เรียบ หัวไม่เนี้ยบ บลาบลาบลา
⁃ ชื่อ แผนก (ดูเป็นสารวัตรนักเรียนมาก)
⁃ หากอยู่ในจุดที่สามารถตักเตือนได้ ให้ทำเลย on spot
⁃ หากทำไม่ได้ในตอนนั้น เช่นน้องกำลังเสิร์ฟอาหารแขก ซ่อมลิฟต์ สไลด์แฮมอยู่ (เข้าใจเนอะ ว่าทำไมเรายังไปขัดจังหวะเค้าไม่ได้) ก็โทรไปแจ้งหัวหน้าเค้าไว้ ว่าน้องชื่ออะไร grooming ที่อยากให้ปรับปรุงคือเรื่องอะไร
⁃ ทำบันทึก records ไว้ว่าน้องแต่ละคน มีอะไรต้องเพิ่มเติม และติดตามผลเป็นระยะ
⁃ หากเจอ grooming ที่ไม่ใช่ ทั้งที่ตักเตือนโดยวาจาไปแล้ว ก็คงถึงคราวที่ต้องลง record การเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร อย่าลืมโทรแจ้งอาจารย์ที่รับผิดชอบการฝึกงานของน้อง ๆ ให้ทราบเป็นระยะ และส่งเอกสารตามไปด้วย (เรื่องนี้สำคัญ เพราะบางที อาจารย์ไม่เคยรับทราบ พอเราโทรไปแจ้งคือ จะส่งนักศึกษากลับแล้ว เพราะพี่ ๆ ไม่ไหวกับน้องแล้ว มันก็ไม่ใช่ เรื่องพวกนี้มันเป็นความสัมพันธ์ระหว่างเรากับสถาบันด้วย ก็ต้องรักษานำ้ใจกันไว้บ้างนิ)
เรื่องนี้ว่าจะสั้น ๆ ยาวอีกแล้ว เขียนแล้วมันมือ เดี๋ยวโพสต์หน้าขออีก 1 เคล็ดวิชา ข้าพเจ้าขอลาไปล้างขวดนมลูกก่อน สวัสดี บั๊ย
ก๊วยเอง