
ขึ้นศักราชใหม่อีกรอบ ปี 2022 มาเยือนพวกเราแบบ งง ๆ อึน ๆ แต่ไม่ว่าอะไรมันจะถาโถม ประดังประเดใส่พวกเรา ขึ้นชื่อว่าเทรนนิ่งเยาวชนนั้นไซร้ อย่าได้หมดไฟ จงหาความรู้มาสุมตัว โอม ขอเทพเจ้าแห่งการประสิทธิ์ประสาท จงอยู่กับข้า วะ ฮะ ฮ้า
ประเดิมบล็อกแรกของปี (หลังจากที่หายหัวไปพักหนึ่งเหมือนกัน) หัวข้อเปิดศักราชใหม่วันนี้ เราจะพูดถึงเรื่อง onboarding ว่ามันคืออะไร สำคัญอย่างไร แล้วทำยังไงให้มันเวิร์ค มา!
คำว่า onboarding น่าจะเป็นคำที่คุ้นหูพวกเราคนทำเทรนนิ่งเป็นอย่างดี
Onboarding หมายถึง การขัดเกลาทางสังคมในองค์กร (organizational socialization) เป็นศัพท์แสงด้านการจัดการที่สร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1970 ซึ่งหมายถึงกลไกที่พนักงานใหม่ได้รับความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมที่จำเป็น เพื่อที่จะเป็นสมาชิกขององค์กรที่มีประสิทธิภาพต่อไป
ขอบคุณความหมายอันน่าเกรงขามจาก วิกิพิเดีย
นาง onboarding นี้สำคัญกับเทรนนิ่งในแง่ที่เป็นตัวบ่งชี้อย่างมีนัยสำคัญต่อการจะอยู่หรือจะไปของพนักงานในช่วงแรกมาก (turnover rate) หากเราทำกระบวนการนี้ได้ดี แนวโน้มที่พนักงานจะปรับตัว และไม่ vote ตัวเองออกจากกลุ่ม ก็มีแนวโน้มที่ดีตามไปด้วย วันนี้เรามี 3 ทริคดี ๆ มาแนะนำ ที่อาจทำให้ onboarding ของพวกเรานั้น เหินฟ้า ขึ้นอย่างทรงพลัง และน้อยคนที่อยากจะกระโดดร่มออกมาจากเครื่อง ไป ไปดูกันค่ะ
Tip 1 – onboarding checklist
ทำ checklist ขึ้นมาสักใบ ใส่หัวข้อ ที่เราต้องการให้พนักงานได้รู้ ได้รับ คอยตามเช็คแต่ละหัวข้อว่าตรงตาม timeline ที่บริษัทกำหนดไว้หรือไม่ เช่น เข้า orientation เมื่อไหร่ เรียน service training หรือยัง email ใช้งานได้ไหม มี locker หรือเปล่า ไม่ใช่แอบมาเปลี่ยนชุดที่ HR ทุกเช้า เรื่องพวกนี้ หยุมหยิม แต่เอาเข้าจริงมันหมายถึงการใส่ใจพนักงานว่าเราเอื้อให้เค้า พร้อม perform มากขนาดไหน บางคนเริ่มงานมาเดือนกว่าแล้ว เพิ่งจะได้ locker ก็มี ต้องมาคอยแบ่งใช้กับเพื่อนคนอื่น ทั้งที่เวลางานไม่ตรงกัน บางทีต้องรอมันทำงานเสร็จเพื่อมาเปิด locker ให้ เพราะเอากระเป๋าตังค์ไว้ในนั้น ดูดิ แค่จะกลับบ้านยังลำบากเลย บั่นทอนไหม ถามใจเธอดู
Tip 2 – Pulse check
Pulse check จริง ๆ แปลว่าการจับชีพจร แต่ความหมายนี้หมายถึง การคุยสั้น ๆ กับ HR เพื่อจับชีพจรว่ายังเต้นอยู่ไหม ยังไม่ตายนะแก ยังสู้นะ ทุกอย่างโอเคดีไหม (แต่จริง ๆ อีคนที่ถามนี่ กระอักเลือดมาก ชั้นอาจไปก่อนแกก็ได้นะมีมี่ แง) เน้นว่า คุยสั้น ๆ 15 นาทีพอ ยกเว้นมีดราม่า ก็ว่ากันไป วันหลังจะมาเล่าให้ฟังว่า การ lead pulse check เราควรต้องพูดอะไร หรือท่าทีเราควรเป็นแบบไหน ใครสนใจตามเน้อ
Tip 3 – Buddy
Assign พนักงาน 1 คนเอาไว้คอยช่วยเหลือ ถามไถ่ ควรเลือกคนที่ดูใจดี หนังหน้าไม่ fierce เกิน จนเพื่อนไม่กล้าถาม ไม่กล้าคุย จากประสบการณ์เอาคนในแผนกเดียวกันน่าจะดีกว่า เพราะจะเห็นความเป็นไปว่าพจมาน สว่างวงศ์ (แม่! ตัวอย่าง เห็นใจพวกหนูด้วย ขอใหม่กว่านี้นะ คราวหน้า) ต้องเจออะไรบ้างในบ้านทรายทอง คนที่เราเลือกมาเป็น buddy ควรจะต้องเข้าใจบทบาท และหน้าที่ของตัวเองด้วย ไม่ใช่เป็น buddy หัวโขน ที่แค่ให้มีชื่อใน checklist หรือบางทีหัวหน้าใส่ชื่อไปงั้นแหละ อีคนโดนมอบหมาย ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองเป็น buddy เศร้ามากอะ แล้วจะให้พจมาน หันหน้าไปพึ่งใคร พระรองยังไม่รู้เรื่องเลย พจมาน เก็บของออกจากบ้านทรายทองดีกว่า
เอ้า 3 ทริค วันนี้ ลองไปใช้กันดู เชื่อสิ สิ่งที่เราทำอาจจะไม่เห็นผลทันทีเหมือนงานของแผนกอื่น แต่หากเราเริ่มด้วยความปรารถนาดี และความตั้งใจดี ๆ ที่อยากเห็นพนักงานใหม่เหล่านี้ ไปได้ตลอดรอดฝั่ง การเริ่มทำบางอย่างจากทริคข้างบนนี้ น่าจะช่วยให้พวกเค้ามีช่วงเวลา onboarding ที่สวยงามบ้างไม่มากก็น้อย
Did you know that?
อัตราการออก ในช่วงครึ่งปีแรกของการทำงานนั้นสูงถึง 28% นั่นหมายความว่า หากเรามี activity ที่สามารถ engage พนักงานใหม่ได้อย่างเพียงพอและตอบโจทย์ ตัวเลขดังกล่าวก็น่าจะลดลงเน้อ
เลิฟยู้ออลแอสออลเวย์
ก๊วย