กระบวนท่าเทรนนิ่งนี่พูดเท่าไหร่ ก็ไม่มีวันจบ มันแตกยอดออกมาได้เรื่อย ๆ ของพวกนี้มันต้องมีวิชา และต้องลงสนามบ่อย ๆ ถึงจะเข้าใจสถานการณ์และนำไปใช้ได้อย่างคล่องมือ เหมือนกับสำนวนที่เค้าว่า practice makes perfect อันแปลง่าย ๆ ตามความเข้าใจของเราว่า มีวิชาแต่หากไม่มีเวลา (ฝึก) ก็เปล่าประโยชน์ แต่หากพอมีของอยู่บ้าง แล้วฝึกไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวทักษะและความชำนาญมาเอง รู้ตัวอีกที มีความจัดจ้าน เกินต้านทาน และแดเมจทุกองศาการทำเทรน แล้วจ้า วันนี้เรามีวิชาเอาตัวรอดในคลาสมาฝากกัน หากเราเจอคนเรียนที่ป่วนจัดจ้าน และพร้อมจะเผาผลาญคลาสของเรา เราจะใช้เทคนิคอย่างไร ในการ survive กับความป่วงเหล่านี้ ตามมาจ้า

Damage situation 1
ในขณะที่เทรนเนอร์กำลังสอนอย่างเมามันส์ และเหล่านักเรียนผู้น่ารัก ก็ช่วยกันตอบ กลับมีนักเรียนผู้นึงโพล่งอะไรออกมาที่ไม่เกี่ยวกับ flow ตรงนั้น

สิ่งที่คิด : อยากมองบนใส่ แถมกลอกตาให้อีก 88 รอบ และพูดใส่หน้าว่า “มันใช่ปะแก???”
สิ่งที่ควรทำ : ใช้เทคนิค parking lot ที่มาอย่างเหนือชั้นและดูเป็นการให้เกียรติผู้เรียนท่านนั้นด้วย

เพิ่มเติม – เทคนิค parking lot คือ การหากระดาษฟลิบชาร์จ แปะเอาไว้ข้าง ๆ เวลามีประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหานั้น ให้ทดเอาไว้ในนี้ก่อน หากมีประเด็นไหนหลังจากนั้นที่เกี่ยวข้อง ค่อยโยงกลับมา หรืออธิบายเพิ่มเติม การทำแบบนี้ทำให้เราสามารถ focus อยู่กับเนื้อหา ไม่เสียเวลากับเรื่องที่ไม่ใช่ main point แล้วยังทำให้ผู้เรียนท่านนั้นไม่เสียเซลฟ์ด้วยเด้อ

Damage situation 2
หลังจากที่เทรนเนอร์สุดเฟี้ยวอย่างเราสอนแต่ละประเด็นจบ เราก็อยากทบทวนว่าผู้เรียนเข้าใจมากน้อยเพียงใด จึง review เนื้อหา ด้วยการถามคำถามง่าย ๆ เป็นการทบทวน แล้วเลือกบางท่าน ให้ลองตอบดู แต่ปรากฏว่า เลือกมาท่านแรก และมั่นใจมากว่าเค้าต้องตอบได้ แต่นะ ตอบไม่ได้เลยยยย แง แง

สิ่งที่คิด : อะไรเนี่ย นี่หลอกกันเล่นใช่ไหม ทำไมพี่ตอบไม่ได้คะ หน้าตาพี่ที่ดูเหมือนตั้งใจเรียนตั้งแต่ต้น จนจบ นี่คืออาไลลล…

สิ่งที่ควรทำ : ลอง rephrase คำถาม โดยถามคำถามเดิม แต่ให้ใช้คำที่เข้าใจง่ายขึ้น ให้เค้าลองตอบดูอีกรอบ แต่ถ้าเค้ายังตอบไม่ได้ ลองให้คนอื่นช่วยตอบดู โดยอาจใช้คำพูดว่า “พวกเราคิดว่าอย่างไร กับคำถามนี้คะ มีใครอยากลองตอบดูไหม”

แบบนี้ดูสวยกว่าเยอะเลย คนที่ตอบไม่ได้ก็ไม่เสียหน้า คนที่อยากตอบ อยากแสดงความคิดเห็น หรืออยากช่วยเพื่อนให้หลุดโมเม้นท์แห่งการตอบไม้ได้นั้นมีแน่นอน

Damage Situation 3
ในขณะที่เทรนเนอร์สอนปาว ๆ ไป ก็มีคนเรียนอยู่ 2 ท่านคุยกันจุ๊กจิ๊กและหัวเราะคิกคักกันมาพักนึงแล้ว จนเราเสียสมาธิ และผู้เรียนท่านอื่นเริ่มหันไปมอง

สิ่งที่คิด : อยากโทรจิตไปด่า “ว่าหยุดเดี๋ยวนี้!! ผีเจาะปากมาพูดหรือไงยะ!!!”

สิ่งที่ควรทำ : กำหนดลมหายใจ เข้าออก สัก 2-3 ครั้ง (เอาธรรมะเข้าข่มนิดนึง) หันไปหา ผู้เรียนที่เม้ามอย กันไม่หยุด แล้วพูดด้วยอารมณ์แอฟ ทักษอรว่า “ตรงนั้น ดูเหมือนจะมีคำถามนะคะ”

รับรอง ทุกสายตาจะพุ่งไปที่ 2 นาง or นายนั่น แล้วเค้าจะหุบปากเอง (บางทีเทรนเนอร์ก็อาจต้องยืมมือคนหมู่มาก ช่วยกันโบยตีพฤติกรรมแบบนี้บ้าง)

วันนี้พอแค่นี้ก่อน พิมมากเดี๋ยวนิ้วล็อก (สังขารอันร่วงโรยหนอ) นี่แค่ 3 เทคนิคนะ ฟังแล้วเอาไปฝึกให้คล่องกันด้วย เวลาเจอบ่อย ๆ นอกจากเราจะใช้จนชิน แล้วยังไม่สะทกสะท้านกับความ damage ต่าง ๆ นานาเหล่านี้ด้วย โพสต์หน้ายังมี อีก 2 เทคนิค ตามกันต่อน้า
เลิฟยู้ออล