
ความฝันอันสูงสุดของเทรนเนอร์คือ คนเรียนมีส่วนร่วม แย่งกันตอบ ผลัดกันออกมาพรีเซนต์ ในทางตรงกันข้าม ฝันร้ายของพวกเราก็คือ การที่คลาสเงียบสงัด และไม่มีเสียงตอบใด ๆ จากคนเรียน แม้จะ build เชียร์อัพ อย่างไรก็ไม่เป็นผล ให้อารมณ์เหมือนสอนซอมบี้ ผสมกับมนุษย์นำ้แข็ง เทรนเนอร์เหมือนคนบ้า พูดอยู่คนเดียว ตั้งแต่ต้นจนจบคลาส แต่สรรพสิ่งในโลกล้วนมี 2 ด้านเสมอ อันว่าความเงียบนั้นก็ใช่แต่จะเป็นปีศาจร้าย คอยทำลายจิตใจพวกเราเหล่าเทรนเนอร์อย่างเดียว วันนี้เราจะมาเล่าให้ฟังว่า ความเงียบ (บางช่วง) นั้นสำคัญอย่างไร และเราในฐานะเทรนเนอร์ จะใช้เทคนิคความเงียบให้เกิดประโยชน์อย่างไร ตามแม่มาจ้า
ก่อนอื่น ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า ความเงียบ ไม่ได้น่าเกลียด หรือน่ากลัวแต่อย่างใด เทรนเนอร์ที่ดีไม่ใช่เทรนเนอร์ที่พูดตลอดทั้งคลาส หรือพูดนำ้ไหลไฟดับ speed เร็วกว่านรก เทรนเนอร์ที่ดี ต้องรู้จักคุมจังหวะให้เป็น ผ่อนหนัก ผ่อนเบา รู้ว่าสไลด์ไหนควรผ่อน และสไลด์ไหนควรขยี้ เหมือนนักแสดงชั้นเยี่ยมที่ study แต่ละซีนมาเป็นอย่างดี เพื่อให้การแสดงเป็นธรรมชาติ และเชื่อมโยงอารมณ์กับคนดูมากที่สุด (งานพวกเรานี่ น้องๆ ดารา Oscar เลยวุ้ย) ความเงียบในคลาสบางจังหวะ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ย่อยประเด็นต่าง ๆ ที่เรากำลังสอน คิดหรือหาคำตอบกับคำถามที่กำลังอภิปราย ความเงียบยังช่วยขับเน้นประเด็นที่เพิ่งพูดจบให้คม และเด่นชัดขึ้น หรือแม้กระทั่งช่วยให้เราได้หายใจหายคอหน่อยหนึ่ง เวลานึกไม่ออกว่าต้องพูดอะไรต่อไป (เดี๊ยนเป็นบ่อย😅) คราวนี้ เรามาดูกันว่า 3 จังหวะคลาสสิกที่ถ้าเงียบแล้วเลอค่า เงียบแล้วปัง เงียบแล้วไม่พัง คือช่วงใด มา!
จังหวะที่ 1
After big question
จังหวะแรก คือ เงียบ หลังจากถามคำถาม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนหาคำตอบ หรือ reflect ความคิดของพวกเขาเอง
ตัวอย่าง
เทรนเนอร์ : เรื่องการบริการเนี่ย อย่างที่เราคุยกันไป มันเป็นประสบการณ์ส่วนบุคคลอะนะฮะ เดี๊ยนอยากให้พวกคุณลองคิดดูนิดส์นึงว่าจากประสบการณ์ที่ผ่านมาเคยไปใช้บริการที่ไหน ที่แย่มาก มันเกิดอะไรขึ้น และพวกคุณรู้สึกอย่างไร (เงียบ…)
คนเรียน : (อีเทรนเนอร์ คุณน้าย คุณนายเนอะ😒)
จังหวะที่ 2
After main idea, key message
จังหวะที่สองนี้ แนะว่า ให้เงียบหลังพูดประเด็นสำคัญจบ จะเลอค่ามาก ไม่ต้องด้นต่อ หยุดนิดนึง มันจะเป็นการขับ main idea นั้นให้คมชัดยิ่งขึ้น
ตัวอย่างมา!
เทรนเนอร์ : จากตัวเลขในสไลด์นี้เห็นได้ชัดเลยว่า คนที่ลาออกจากงานส่วนใหญ่ให้เหตุผลและยอมรับว่า พวกเขามีหัวหน้างานที่ไม่ดี เป็นสาเหตุสำคัญอันดับ 1 ซึ่งมีสัดส่วนถึง 75%
75% เลยนะคะ (เงียบ…)
คนเรียน 1 : (เยอะอะ 75% แน่ะ)
คนเรียน 2 : (นี่มันเรื่องจริงของชั้นเลยอะ😭)
คนเรียน 3 : (หมดหัวข้อนี้แล้ว ชั้นจะขอเข้าห้องน้ำ ณ จุดนี้ปวดฉี่มาก)
จังหวะ 3
Before bullet points
จังหวะเงียบที่สามนี้ คือ เงียบ ก่อนร่อนต่อ คือ เราโปรย intro มาแล้ว ตัวอย่าง 1 2 3 กำลังมา
ดูตัวอย่าง
เทรนเนอร์ : เห็นไหมคะว่า การบริการที่ดีที่เรามอบให้ลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่องนั้นส่งผลดีต่อองค์กรมากเพียงไร (เงียบ… ) คราวนี้เรามาดูกันว่า ประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับองค์กรนั้น คือ ประเด็นใดบ้าง (ตามมาด้วย bullet point 1 2 3 4)
และนี่คือ 3 จังหวะทองของการเงียบ ที่เราแนะนำให้เทรนเนอร์ลองหัดเงียบดูบ้าง แล้วคุณจะพบว่า ความเงียบ ในจังหวะที่ดี มันช่างมีมนต์ขลัง และส่งพลังบางอย่างให้กับผู้เรียนได้จริง ดังบทเพลงของพี่โรแนนที่เคยกู่ร้องก้องโลกไว้ว่า
You say it best, when you say nothing at all..hu hu hu…
(มาอีกแล้ว เพลงฮิตโกลเด้นซองของแม่)