
ความฝันสูงสุดของคนทำเทรนนิ่งคือ เมื่อเวลาสอน คนเข้าเทรนแย่งกันตอบ ช่วยกัน brainstorm หรือผลัดกันออกมาพรีเซ้นท์อย่างสนุกสนาน แต่ในความเป็นจริงในชีวิตเทรนเนอร์หาได้เป็นเช่นนนั้นไม่ เทรนเนอร์บางคนรู้ดีว่า บางทีเตรียมตัวมาอย่างดี แต่เจอคนเข้าเรียนประเภท ปราบเซียนอย่าง คุณนายกลัวดอกพิกุลร่วง หรือคุณหลวงเป่าสาก ที่ทำให้ห้องเรียนกลายเป็นป่าช้าได้นั้น น่ากลัวขนาดไหน ฉะนั้นวันนี้ ล้อมวงเข้ามา เราจะมาเล่าให้ฟังถึงเทคนิคการกระตุ้นให้คนเรียน อยากมีส่วนร่วมในคลาส ไม่ต้องใจร้อน เดินไปชงชาสักนิด หยิบถั่วมาสักกำ เคี้ยวไปอ่านไปเพลิน ๆ กับโพสต์ที่จะไม่ทำให้ห้องเทรนของคุณเหมือนเดิมอีกต่อไป กับตอนใหม่ของ lazy training ที่ชื่อว่า ทำไงดี?…เมื่อคลาสเงียบและไม่มีเสียงเรียกจากคนเรียน
Technique#1 – Ask questions
เทคนิคแรกในการกระตุ้นการมีส่วนร่วมในคลาสคือ การถามคำถามคนเข้าเทรน เพื่อให้ตอบ หรือแสดงความคิดเห็น แนะนำคำถามที่ใช้ ไม่ควรอยากเกินไป ถามเสร็จแล้วทิ้งจังหวะ ให้คนคิดคำตอบนิดนึง หากยังนิ่งและได้ยินแต่เสียงแอร์ในห้องเทรน เริ่มเทคนิคถามใหม่ แต่เป็นถามเฉพาะเจาะจงใครคนใดคนนึง อุณหภูมิห้องจะร้อนขึ้นนิดนึง แต่รับรองเสียงแอร์จะค่อยขึ้น
ตัวอย่าง
เทรนเนอร์ : คำว่า service mind ในความคิดของพวกเราหมายถึงอะไรคะ
คนเรียน : ???
เทรนเนอร์ (ลองใหม่) : คุณยุวดีคิดว่า คำว่า service mind นี่หมายถึงอะไรคะ
ยุวดี : น่าจะหมายถึง ใส่ใจในการบริการ บลาบลาบลา
หมายเหตุ : จุดนี้จงเลือกคน ที่ดูแล้วน่าจะ build ไม่ยาก หากเลือกคนที่พูดน้อย หรือขี้อายมาตอบแต่แรก เราอาจจะได้แต่รอยยิ้มเขิน ๆ จากเขาเหล่านั้น และความเงียบที่ดังขึ้นกว่าเดิมแทน (เข้าทำนองเพลง เป็นความเงียบที่ดังที่สุดในใจฉันนนนนน ของหนุ่มๆเก็ตสึโนวาาาเน้อ)
Technique #2 – Games
มีใครบ้างไม่ชอบเกม ยิ่งมีของรางวัลล่อตาล่อใจยิ่งกระเพื่อมต่อมอยากมีส่วนร่วม แต่ก็ไม่ใช่เล่นเกมตลอดคลาสนะ เอาเป็นว่าดูตามความเหมาะสมของเวลาที่ใช้สอน ไม่ใช่สอนสามชั่วโมงเปิดคลาสมาเล่นเกมไปแล้วจ้าครึ่งคลาสเนอะ เอาแบบพองาม เกมที่ใช้ควรจะต้องเกี่ยวข้องกับเนื้อหา จะเล่นสนุกโปกฮากันอย่างไรก็แล้วแต่ เทรนเนอร์ที่ดีควรสรุปไอเดียในแต่ละเกมทุกครั้งว่าเราได้อะไรกับกิจกรรมนี้ มันเชื่อมโยงกับสิ่งที่เราได้เรียนรู้ไปอย่างไร การเล่นเกมช่วยทำให้วาระเนื้อหาที่ดูเหมือนเข้มข้นเจือจางลง ให้ผู้เรียนรู้สึกผ่อนคลาย ได้แข่งกัน ช่วยกันคิด ช่วยกันตอบ แซวกันไปกันมา เปิดโอกาสให้ผู้เรียนเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น และทำให้มวลรวมของคลาสดูไม่หนักจนเกินไป รับรองว่าหากเราเลือกเกมให้เหมาะกับเนื้อหา ขี้คร้าน เทรนเนอร์ต้องบอกว่า ลดเสียงหน่อยค่ะทุกคน มีคนโทรมาบอกว่า ห้องเทรนเสียงดังมาก นึกว่าทะเลาะอะไรกันในนี้ ที่แท้เปล่าเล้ย เกมของชั้นมันทำให้พวกเธอมันส์ไปหน่อยก็เท่านั้นเอง วะฮะฮา (หัวเราะแบบผู้ชนะ)
Technique 3 – Pair Activity
เทคนิคที่สามนี้ เราเรียกว่า เทคนิคลูกแพร์ เอ่อ แม่ไม่ใช่นะจ๊ะ อันนั้นมัน pear จ้า (โทษทีค่ะ เขียนงานตอนใกล้เที่ยง หัวก็มักจะโยงถึงของที่มีในตู้เย็นเสมอ) pair อันนี้ คือ จับคู่นะจ๊ะเด็ก ๆ ข้อดีของกิจกรรมการจับคู่กันทำงาน หรือจับคู่ทำแบบฝึกหัด (exercise) คือ ผู้เรียนจะกล้าแสดงความคิดเห็นและเป็นตัวของตัวเองมากกว่ากลุ่มใหญ่ ยิ่งผู้เรียนขี้อายมาก และไม่ค่อยพูด บางทีการจับเค้าไปทำงานในกลุ่มใหญ่ ๆ อาจจะยิ่งทำให้เค้ายิ่งไม่กล้า ยิ่งกว่าเดิม เพราะเจอเสือ สิงห์ กระทิง แรดในกลุ่มข่มหมด จนแบบถึงชั้นไม่พูด ไม่ลงมือ งานกลุ่มชั้นก็เสร็จอยู่ดีอะ บางคนขี้เกียจพูด แค่เห็นเพื่อนร่วมกลุ่มแสดงความคิดเห็นใส่กันเป็นไฟแล้วเหนื่อย ชั้นขออยู่นิ่ง ๆ เซฟแบตไว้ไปเคลียร์เมลตอนเลิกคลาสดีกว่า ดังนั้นการจับคู่ทำงาน สามารถช่วยให้คนขี้อาย หรือพูดน้อยแสดงความคิดเห็นได้ง่ายขึ้น ส่วนคนพูดเยอะ ก็ต้องพยายามจูนกับคู่ของตัวเอง ให้ทำงานกันออกมาได้ เข้าตำรา สองคนเพื่อนตาย ที่งานนี้มีแค่ชั้นกับแก (จากวันนี้จะมีเรา เราและนาย เพลงพี่เสกมา)
เป็นไงบ้างคะ หวังว่า 3 เทคนิคนี้ น่าจะทำให้เหล่าเทรนเนอร์ผู้กล้ารู้สึกหวาดหวั่นกับความเงียบของผู้เรียนน้อยลง และมีความมั่นใจกับการเทรนแต่ละคลาสมากขึ้นนะคะ แต่ความเงียบใช่ว่าจะเลวร้ายเสมอไป ในโพสต์หน้า เราจะมาเล่าให้ฟังว่า ความเงียบ (บางช่วง) สำคัญอย่างไรในคลาส และเราในฐานะเทรนเนอร์จะนำเทคนิคความเงียบ ไปใช้ให้เป็นประโยชน์ และทรงพลังอย่างไรในห้องเทรนของเรา ตามกันต่อในโพสต์หน้า บั๊ย