The end of training is the beginning of 3 things

มีคำพูดหนี่งกล่าวไว้ว่า the end of something is the beginning of other things หมายถึง จุดจบของสิ่งใด มักเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งหนึ่งเสมอ เช่นหากเราเลิกกับแฟน ก็ถือว่าเป็นจุดจบ แต่มันอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการได้ไปท่องเที่ยวในที่ ๆ เราเคยฝันไว้ (พล็อตซีรีส์เกาหลีมากแม่) การเลิกกับแฟน อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการหาที่เรียนต่อ ป โท (หลังจากเรื่อยเปื่อยกับอีนี่มานาน) หรือ การเลิกกับแฟนครั้งนี้ อาจทำให้เราได้เริ่มโหลด tinder มาเล่น เผื่อจะเป็นจุดเริ่มต้นในการเจอคนน่าสนใจใหม่ ๆ เหอเหอ
นั่นแหละนะ ดังนั้นแม่อยากจะบอกว่า ไม่มีสิ่งใดเป็นจุดเริ่มต้น หรือ จุดจบ สรรพสิ่งในโลก ล้วนต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน ไม่เว้นแม้แต่การทำเทรนนิ่ง ที่แม้ว่าเราจะเทรนจบในแต่ละหัวข้อ แต่มันก็เป็นจุดเชื่อมโยง ให้เกิดงานงอกเงย ออกมาได้เสมอ (ดีแล้ว เค้าจะได้จ้างเรานะ) วันนี้เราจะมาคุยกันว่า เมื่อเทรนนิ่งจบ แล้วกลายเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งใดบ้าง ตามแม่มา
1. Survey
หลัง training จบสิ่งแรกที่เราควรนำมาประมวลคือ แบบสอบถามของผู้เข้าฝึกอบรม (training evaluation form) เพื่อให้เห็นภาพรวมของคนเข้าเทรนว่า โอเคกับการฝึกอบรมครั้งนี้หรือไม่ เหมือนเวลาเราไปใช้บริการที่ไหน เค้ามักจะให้เรา rate คะแนนความพึงพอใจ คนเข้าเทรนก็คือเหล่าลูกค้า ที่เข้ามาใช้บริการของเรา การรับฟัง และนำความคิดของพวกเค้ามาประมวลจึงสำคัญมาก สรุปเป็นเปอร์เซ็นต์คร่าว ๆ ว่าแต่ละคำถามได้กี่เปอร์เซนต์ และรวบตึงคอมเม้นท์ที่เหล่าผู้เรียนเขียนเพิ่มเติม ตรงนี้อ่านแล้วมีความสุขทุกครั้ง เวลาคนเข้าเทรนเขียนอะไรน่ารัก ๆ เช่น เทรนสนุก ฮามาก ไม่ง่วงเลย (เทรนเนอร์เป็นตลกเก่า ว่าซั่น) หรืออาจจะเม้นท์เรื่องทั่ว ๆ ไป เช่น แอร์เย็นไปหน่อยค่ะ ขนมเบรกมีน้อยไม่พอกิน หรือชีทน่าจะมีรูปภาพเยอะกว่านี้ ทั้งหมดทั้งมวลล้วนทำให้งานเราดีขึ้น ตรงนี้พอเทรนจบ อ่าน แล้วทำสรุปส่งให้หัวหน้างานที่เกี่ยวข้องหลังจากเทรนจบ จะเริ่ดมาก ข้อมูลตรงนี้ยังนำมาใช้ทำ training summary report ได้ตอนปลายเดือนอีกด้วยนะเออ
2. Stats
มาอีกแล้วจ้า หนีมันไม่พ้นหรอก นี่อุตส่าห์เลือกอาชีพที่ไม่ต้องใช้เลขมากอย่างเทรนนิ่ง พวกเราก็ยังต้องใช้มันอยู่ดี เทรนนิ่งจบควรสรุปภาพรวมเป็นตัวเลขเพื่อให้เห็นภาพคร่าว ๆ ว่าเราเทรนพนักงานไปจำนวนเท่าไหร่ มาจากแผนกใด compared กับ target ซิ ว่ายังอีกไกลไหม มีแผนกไหนที่เราวางใจ หรือแผนกไหนที่สมควรได้รับการโบยตี ไม่ต้องกังวล กลัวเค้าไม่รัก ถ้าเราไปจี้งานเค้า จำไว้ว่า เค้าไม่ได้จ้างเราให้มาเป็น นางงามมิตรภาพ ดังนั้นทุกคนมีหน้าที่ที่ต้องทำ เราทำตามหน้าที่ของเราจบข่าว (อย่างไรก็ดีศิลปะในการทวงงานก็ยังเป็นสิ่งที่เราควรต้องคำนึงถึง it’s not what you say but how you say it ยังใช้ได้เสมอ) อ้อ stats พวกนี้ก็อย่าทิ้งเช่นกัน นำมาหยอดลงใน monthly report เก็บแต้มบุญของพวกเราต่อไป
3. Sending follow up emails
พอเทรนจบแล้วอะไรที่เราสัญญาจะส่งให้ผู้เรียนก็ส่งด้วยเน้อ อาทิ PowerPoint ที่ใช้สอน, link บทความให้อ่านเพิ่มเติม, ส่ง mail การบ้านให้ผู้เรียนพร้อมนัดวันส่งให้เรียบร้อย, รูปในคลาส อะไรพวกนี้เป็นงานจิปาถะ ที่ต้องทำหลังเทรนทันที อย่างช้าที่สุดไม่ควรเกิน 1 สัปดาห์ เพราะเรายังต่อกันติดกับผู้เรียนอยู่ ไม่ใช่เทรนจบไปตั้งแต่เดือนที่แล้ว เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าต้องทวงการบ้าน คนเรียนไฟมอด จำเนื้อหาที่เทรนไปไม่ได้แล้วจ้า
และนี่คือ 3 s ที่ควรเกิดขึ้นหลัง training จบ นั่นคือ survey (สรุปแบบประเมิน), stats (สรุปสถิติผู้เข้าเรียน) และ sending follow – up (ส่งงานตามหลัง) เวียนวนกันเป็น วัฏจักร training เช่นนี้เรื่อยไป หากเรา apply ขั้นตอนเหล่านี้ไปใช้ดี ๆ แม่เชื่อเหลือเกินว่า เทรนนิ่งของเรา จะไม่แน่นิ่งแน่นอนจ้า
Love u all!
แม่เอง