โพสท์นี้เรายังวนอยู่กับเรื่อง orientation โพสก่อนหน้านี้เราพูดถึง 3 ข้อที่ไม่ควรทำ เมื่อต้องจัดวิชานี้ วันนี้เรามองอีกด้าน เลยเอา 3 สิ่งที่ควรมีในคลาสนี้ มาคุยให้ฟังบ้างถ้าพร้อมแล้ว เชิญไถหน้าจออ่านกันได้ตามอัธยาศัยจ้า

3 สิ่งที่ orientation ควรมี
1. orientation booklet
หมายถึง manual เล็กๆ ที่เราใส่ข้อมูลโดยสรุปที่ได้เทรนกันไป อันนี้ดีมากเพราะเวลาเทรนผู้เรียนจะได้ไม่ต้องจดกันตาเหลือก เทรนเสร็จแล้วนำกลับมาทบทวนบางจุดที่ยังไม่เข้าใจได้ หายยากกว่าชีทที่เราแม็คเป็นชุดๆ ดีไซน์ได้ตามใจปรารถนาหรือตามแบรนด์กำหนด แต่ขอนิดนึงค่ะ ก่อนปริ้นท์มาเย็บเล่มแจก กรุณาอัพเดทความถูกต้องของข้อมูลในนั้นให้เป็นปัจจุบันเสมอ โดยเฉพาะหน้าที่มีบุคคลสำคัญๆ โผล่อยู่ บางทีแจกไปแล้ว อ้าว บ้ง เกลียดตัวเองสุดๆ อืม รูปจีเอ็ม ยังเป็นคนเก่าอยู่เลย ปริ้นท์ไปแล้ว 20 ชุด โอ้ ไม่นะ

2.company tour
หมายถึง ทีมเทรนนิ่งพาทัวร์สถานที่ต่างๆ ในบริษัท เพื่อให้พนักงานใหม่ได้เห็นสถานที่นั้นจริงๆ ว่าอยู่ตรงไหน เพราะบางทีเห็นแต่รูปภาพ ยังนึกไม่ค่อยออก ต้องพาไปเดินดูจริงๆเลย ว่าอยู่มุมนี้ ตรงนี้ เช่น แคนทีน ห้องพยาบาล ห้องนำ้พนักงาน แผนกบุคคล เมื่อพนักงานใหม่เหล่านี้ได้ทำงานจริงๆ แล้วเค้าจะเชื่อมโยงได้ไวกว่า การได้เห็นแต่ในรูป สามารถเดินไปได้เอง เวลาต้องการติดต่อเรื่องต่างๆ หรือเวลามีใครมาถามก็สามารถช่วยเหลือเบื้องต้นได้อย่างมั่นใจ เริ่ดจ้า (จริงๆ บอกทางผิดจ้า พี่จ๋ากลับมาก่อน55)

3.nice lunch
ช่วงพักกลางวัน ควรจัดให้มีการรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปกินกับพวกหรือแผนกของตัวเอง การรับประทานอาหารร่วมกันเป็นการเสริมสร้างบรรยากาศแห่งความเป็นกลุ่มเป็นก้อน (อืมคำนี้ดูน่ากลัวยังไงก็ไม่รู้) แต่ช่วงนี้อนุญาตให้นั่งกระจายกันได้แบบหลวมๆ ตามสไตล์ new normal เด้อ การที่พวกเขา ได้นั่งคุยกันนอกห้อง ได้ผ่อนคลาย หัวเราะ หรือ เม้าท์ถึงรสชาติอาหารร่วมกัน เชื่อซิ พอกลับเข้ามาเทรนช่วงบ่ายจะเม้าท์กันกระจาย จะสนิทกันมากขึ้น นำ้แข็งช่วงเช้าได้อันตรธานไปหมดแล้วเพราะ lunch นี้ และถ้าจะให้ดี หากเป็นธุรกิจอย่างร้านอาหาร หรือโรงแรม ควรให้พนักงานใหม่เหล่านี้ได้สัมผัสบรรยากาศ ประหนึ่งแขกผู้มาใช้บริการจริงๆ พนักงานใหม่ฟินไปตามๆกัน อินเลิฟบริษัทตั้งแต่วันแรกที่เข้าเทรน


เป็นยังไงบ้างคะ สำหรับ 3 ไอเดียในวันนี้ เราเชื่อว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังหาแนวทางทำ orientation ของตัวเองอยู่ ลองนำไปปรับใช้ดูตามสไตล์ของแต่ละองค์กรนะคะ ผลเป็นยังไง อย่าลืมมมมม…เล่า สู่ กัน ฟัง (เพลงพี่เบิร์ดลอยมา) จบดื้อๆ

Did you know that?
อัตราการออก (turnover rate) ในช่วงครึ่งปีแรกของการทำงาน นั้นสูงถึง 28% นั่นหมายความว่า หากเรามี activity ที่สามารถ engage พนักงานใหม่เหล่านี้ได้อย่างเพียงพอ และตอบโจทย์ ตัวเลขดังกล่าวก็น่าจะลดลงเน้อ