
Orientation หรือ การปฐมนิเทศน์พนักงานใหม่ เป็นหัวข้อที่สำคัญมากๆ เพราะเป็นคลาสแรก ที่จะทำให้พนักงานรู้จักองค์กร และเกิดทัศนคติที่ดีต่อบริษัท รวมถึงเกิดความรู้สึกที่ดีต่อการเทรนด้วย นั่นหมายความว่า หากเราดีไซน์วิชานี้ได้ดีพอ งาน follow up ของ training จะง่ายขึ้นมาก สำหรับหลายๆคน ที่กำลังจะหาไอเดียทำ orientation อยู่ อยากให้อ่าน 3 ข้อคิดนี้ ก่อนเริ่มดีไซน์คลาสนี้กันค่ะ
1. Orientation ไม่ใช่วันเซ็นเอกสารของพนักงานใหม่
เห็นมาเยอะแล้ว ทำกันมาแยะ แต่ก็ยังทำกันอยู่ น่าตีนักพวกเรา นึกภาพนะ พนักงานใหม่ มาทำงานวันแรกตื่นแต่เช้าด้วยความตื่นเต้นระคน กลัวสาย มาถึง ที่ทำงาน HR ยังไม่โผล่ เทรนนิ่งยิ่งไม่เห็น ยืนแลกบัตรเสร็จที่รปภ สักพัก HR เดินมาหาบอกว่า มาเลยค่ะ มีเอกสารให้เซ็นเพียบ สัญญาจ้างงาน ประกันสังคม ประกันหมู่บริษัท จิปาถะ หลังจากนั้น HR คนสวยคนเดิม เดินมาบอกว่า เดี๋ยวเซ็นเสร็จพี่ไปลองยูนิฟอร์มนะคะ สาธุ สวัสดี ยืนไว้อาลัย เจอพนักงานล็อตนี้อีกทีเข้าเทรน10 โมง (คลาสเริ่ม 9 โมงเน้อ) เฮลโหล? ทางที่ดีเอกสารอะไรที่อยากให้เขาเซ็น สามารถส่งไปทางอีเมลก่อนได้เลย เป็นการประหยัดเวลาทั้งสองฝ่าย HR กับ เทรนนิ่งก็ไม่ต้องวิ่งเป็นลิง เวลามีพนักงานมาเริ่มงานด้วย คีพลุคคูลๆของพวกเราเอาไว้ดีกว่าเนอะ
2.Orientation ไม่ใช่ one man show ที่เทรนนิ่งจัดคนเดียว เทรนคนเดียว รวบตึง
จริงอยู่เราคือ เจ้าของงาน หรือ owner project แต่ไม่ใช่เราทำหรือ โชว์อยู่คนเดียว คลาสนี้ควรจะมี guest speaker บ้าง เพื่อให้พนักงานได้เห็นเทรนเนอร์คนอื่น และที่สำคัญควรจะต้องให้ management หรือฝ่ายบริหารเข้ามามีส่วนร่วม รู้ พวกเขาส่วนใหญ่ยุ่งกัน แต่ถ้าเราแพลนดีๆ นัดหมายไว้ล่วงหน้า เราเชื่อว่าพวกเขาพร้อมจะสนับสนุน และเข้ามาช่วย เอาแค่เข้ามาสวัสดี ทักทาย แจกคุกกี้ แค่นี้พนักงานก็ปลื้มปริ่มแล้วนะว่า องค์กรเห็นความสำคัญของพวกเขา
3.Orientation ไม่ใช่วันอัดข้อมูลทุกอย่างให้พนักงาน
วันนี้ทุกคนรู้สึกว่า ต้องให้พนักงานใหม่รู้ทุกอย่างที่ควรจะต้องรู้ แต่ไม่ได้อะไรสักอย่าง นอกจากความเวิ้งว้างในดวงตาของคนเข้าเทรน สงสารอะ ร่ายยาวตั้งแต่ ประวัติบริษัท ผู้ก่อตั้ง วัฒนธรรมองค์กร กฏระเบียบ สวัสดิการ มาตรฐานการแต่งกาย ทางหนีไฟ นโยบายความปลอดภัย การใช้ถังดับเพลิง และอื่นๆอีกมากมาย เฮลโหลอะเกน นี่คือ 1 วันการฝึกอบรมนะคะ ทางสายกลางค่ะพวกเรา เอาแต่พอดีๆ น้า
นี่คือ สิ่งที่เรามองเห็นในหลายๆ ที่ และเริ่มตั้งคำถามว่า สิ่งที่เราทำอยู่ มันไม่น่าจะตอบโจทย์เป้าหมายที่แท้จริงของการทำorientation ซักเท่าไหร่ อยากฝากข้อคิดเหล่านี้ไว้ หากใครได้มีโอกาสได้ลองดีไซน์คลาสนี้ดูค่ะ จงจำไว้ว่า สิ่งที่เราทำ แสดงออกถึงสิ่งที่เราเป็น อย่าทำเพราะว่าต้องทำ หรือ เค้าทำกันมาแบบนี้ แต่จงทำเพราะรัก และด้วยใจที่อยากเห็นสิ่งต่างๆ รอบตัวดีขึ้น โลกเทรนนิ่งเล็กๆ ที่หมุนรอบตัวคุณจะสวยงามขึ้นเป็นกองค่ะ